|
เดอวิตต์ และไลลา วอลเลซร่วมกันจัดพิมพ์นิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์ฉบับแรกขึ้นในปีพ. ศ. 2465 โดยจัดจำหน่ายทางไปรษณีย์ในราคาเล่มละ 25 เซนต์ สองสามีภรรยาทำงานที่อพาร์ตเมนต์กรีนนิช วิลเลจ และจัดพิมพ์นิตยสารจำนวน 5,000 ฉบับ นับแต่นั้น รีดเดอร์ส ไดเจสท์ แอสโซซิเอชั่น อิงค์ ก็เติบโตก้าวหน้าเรื่อยมา ปัจจุบันเป็นสำนักพิมพ์ระดับแนวหน้าของโลก และผู้นำในด้านการตลาด แบบขายตรง
นิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์เป็นนิตยสารที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในโลก ปัจจุบันมีผู้อ่านกว่า 60 ประเทศ และพิมพ์เผยแพร่ทั้งสิ้น 50 รูปแบบใน 21 ภาษา ล่าสุดจัดพิมพ์ฉบับโรมาเนีย สโลเวเนีย และโครเอเชีย
รีดเดอร์ส ไดเจสท์ คัดสรรบทความและเรื่องราวเพื่อสนองความต้องการของผู้อ่านหลายล้านคน ผ่านทางนิตยสารต่าง ๆ กว่า 25 หัว รวมถึงนิตยสาร Every Day with Rachael Ray และนิตยสาร Taste of Home ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับอาหารและการทำอาหารที่ขายดีที่สุดในอเมริกา นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจัดพิมพ์หนังสือสาระความรู้กว่า 50 ล้านเล่ม ซึ่งครอบคลุมหัวข้อหลากหลายตั้งแต่หนังสือรวมเรื่อง คัดสรร คู่มือช่างประจำบ้าน คู่มือทำอาหาร สุขภาพ การทำสวน และหนังสือสำหรับเด็ก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์เพลงคลาสสิค เพลงแจ๊ซไปถึงเพลงป๊อบของนักร้องยอดนิยม รวมทั้งดีวีดี
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ จัดจำหน่ายผ่านช่องทางที่หลากหลาย ตั้งแต่ขายตรงทางไปรษณีย์ ขายตรง ผ่านโทรทัศน์ แคตตาล็อก ร้านค้าปลีก และอินเทอร์เน็ต และเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทได้ซื้อกิจการของ allrecipes.com ซึ่งเป็นเวบไซต์ชั้นนำเกี่ยวกับการทำอาหาร และได้เปิดตัวธุรกิจ Taste of Home Entertaining ซึ่งเป็นธุรกิจการวางแผนจัดงานเลี้ยงสำหรับลูกค้าทั่วสหรัฐอเมริกา
บริษัทฯ มีฐานลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังได้ขยายธุรกิจด้วยการร่วมมือกับบริษัทคู่ค้า ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้จัดจำหน่ายอื่น ๆ ทั่วโลก
รีดเดอร์ส ไดเจสท์ แอสโซซิเอชั่น อิงค์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในปี 2533 ในชื่อ RDA และเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2550 บริษัท Ripplewood Holdings L.L.C. ได้บรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ในการซื้อหุ้น RDA และเปลี่ยนสถานะบริษัทฯ เป็นเอกชนหลังจากเป็นมหาชนมานาน 17 ปี รวมทั้ง ควบรวมกิจการของรีดเดอรส์ ไดเจสท์ แอสโซซิเอชั่น อิงค์กับบริษัท WRC Media และ Direct Holding ซึ่งเป็นบริษัทที่ Ripplewood ถือหุ้นอยู่ ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายดังกล่าวอยู่ที่ 2.6 พันล้านเหรียญ สหรัฐฯ ในขณะเดียวกันก็ได้แต่งตั้งให้แมรี เบอร์เนอร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร Fairchild Publications เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รีดเดอร์ส ไดเจสท์ แอสโซซิเอชั่น อิงค์
นิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์ฉบับแรกนำเสนอบทความที่ “สร้างคุณค่าและความสนใจตลอดกาล” แก่ผู้อ่าน เดอวิตต์และไลลาเล็งเห็นอนาคตอันสดใสและท้าทายและได้วางอนาคตของรีดเดอร์ส ไดเจสท์เสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่มากมายได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจน ช่วยให้ผู้อ่านอ่านมีชีวิตที่สะดวกง่ายดายขึ้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าความคิดที่ทั้งสองได้ริเริ่มไว้ในนิตยสาร เป็นเสมือน “เซิร์จ เอนจิ้น” (search engine) ในยุคแรก ปัจจุบันรีดเดอร์ส ไดเจสท์ ยังคงมุ่งให้ข่าวสาร ข้อมูล เสริมความรู้ ให้ความ บันเทิง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านทุกเพศทุกวัยทั่วโลก โดยสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
แมรี เบอร์เนอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
แมรี เบอร์เนอร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของรีดเดอร์ส ไดเจสท์ แอสโซซิเอชั่น อิงค์ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2550 เบอร์เนอร์มีประสบการณ์การทำงานอันยาวนานใน ธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยทำงานกับ Fairchild Publications ตั้งแต่ปี 2542 ถึงปี 2549 เริ่มจากตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Fairchild Publications จากนั้นดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ Fairchild Publications และเจ้าหน้าที่บริษัท Conde Nast หลังจากที่ Fairchild Publications กลายเป็นสำนักพิมพ์ในเครือ Conde Nast Publications, Inc เบอร์เนอร์ทำให้ผลประกอบการของ บริษัทฯเติบโตอย่างมากเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งทำให้อัตราการเติบโตของธุรกิจและนิตยสารเพิ่มขึ้น เป็น 2 เท่า จนกระทั่ง Advertising Age ยกย่องให้เธอเป็น “ผู้บริหารธุรกิจสิ่งพิมพ์แห่งปี” ในปี 2547
ก่อนหน้านั้นเบอร์เนอร์เป็นผู้จัดพิมพ์นิตยสาร Glamour (นิตยสารด้านความงามและแฟชั่นที่มียอด จำหน่ายและผลกำไรสูงสุดในโลก) เป็นเวลา 4 ปี ในเดือนธันวาคม 2540 เธอได้รับแต่งตั้งเป็น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท Conde Nast Publications ในปีนั้นนิตยสาร Glamour มี ผลประกอบการที่ดีที่สุดในรอบ 8 ปี และทำรายได้สูงสุดในรอบ 20 ปี ซึ่งเบอร์เนอร์ได้รับการ ยกย่องให้เป็น “ผู้จัดพิมพ์นิตยสารยอดเยี่ยมแห่งปี” ของ Conde Nast
ในปี 2532 เบอร์เนอร์ร่วมงานกับนิตยสาร TV Guide (นิตยสารอเมริกันที่มียอดจำหน่ายสูงสุดใน เวลานั้น) ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณา และเลื่อนเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และผู้อำนวยการธุรกิจสิ่งพิมพ์ในปี 2537 ช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งอยู่นั้น นิตยสาร TV Guide เป็น นิตยสารที่ได้รับความนิยมสูงสุด (Hot List) จากการจัดอันดับของนิตยสาร Adweek ปี 2536 และปี 2537 ก่อนร่วมงานกับ TV Guide เบอร์เนอร์เป็นผู้จัดพิมพ์นิตยสาร Success โดยก่อนหน้านั้นเธอเป็นผู้จัดการ แผนกที่นิตยสาร Working Woman
เบอร์เนอร์ยังเป็นคณะกรรมการกลุ่มความร่วมมือขจัดภัยยาเสพติดในอเมริกา (Partnership for a Drug
-Free America) และคณะกรรมการบริหารกลุ่มผู้จัดพิมพ์นิตยสารของอเมริกา (Publishers of America) อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งกองทุนและโครงการแนะแนวสำหรับโรงเรียนมัธยมปลาย Saint Pius V ในเขต South Bronx
เบอร์เนอร์สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตร์บัณฑิตจากวิทยาลัย Holy Cross ใน Worcester รัฐแมสซา ชูเซตส์ ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ที่เมืองแมนฮัตตันกับสามีรวมทั้งลูกอีกสี่คน
|